HTML clipboard

8 ปัญหาแอร์รถยนต์

แอร์เสีย-แอร์ไม่เย็น-ปัญหาแอร์รถยนต์

ที่เป็นสาเหตุของแอร์ ไม่เย็น เย็นเป็นไม่ฉ่ำ เย็นเป็นช่วงๆ แอร์มีแต่ลมไม่มีความเย็น

ระบบเครื่องปรับอากาศหรือระบบแอร์รถยนต์ ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนเราไปแล้ว ด้วยในปัจจุบันอากาศนับวันยิ่งร้อนขึ้นเรื่อยๆ ระบบเครื่องปรับอากาศย่อมมีความสำคัญต่อการดำรงชีวติมนุษย์เพิ่มมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะอยู่ที่ทำงาน อยู่ในรถยนต์ส่วนตัว หรืออยู่ที่บ้าน ระบบเครื่องปรับอากาศก็เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้รู้สึกเย็นสบาย ยิ่งในรถยนต์ส่วนบุคคล ระบบเครื่องปรับอากาศนั้นเป็นอุปกรณ์ที่ถือได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่รู้สึกเย็นสบายในการขับขี่รถยนต์ การที่ระบบเครื่องปรับอากาศเสีย หรือไม่เย็นนั้นทำให้ผู้ขับขี่เกิดความรู้สึกไม่อยากขับขี่รถยนต์ได้ ยิ่งอากาศร้อน ยิ่งหงุดหงิด อารมณ์เสีย ไม่มีสมาธิในการขับขี่
คำถามหนึ่งที่ผู้ขับขี่รถยนต์มักจะถาม เข้ามาเสมอๆเกี่ยวกับปัญหาแอร์รถยนต์คือ ทำไมแอร์ไม่เย็น หรือทำไมแอร์ถึงเย็นเป็นช่วงๆ แอร์เสีย แอร์ร้อนไม่มีความเย็นมีแต่ลม ดังนั้นทีมงานจึงขอใช้พื้นที่ตรงนี้ในการตอบให้แก่เพื่อนๆ ทุกท่านได้ทราบกัน

1. น้ำยาแอร์ไม่เต็มระบบ (น้ำยาแอร์ขาด)-แอร์ไม่มีความเย็น หรือเย็นน้อย

ปัญหาแอร์รถยนต์ที่ำทำให้ระบบแอร์ ไม่เย็นนั้น เกิดจากปริมาณน้ำยาแอร์ที่ส่งจากคอมเพรสเซอร์เพิ่มแรงด้น เข้าสู่แผงคอยล์เย็นมีปริมาณน้อย ทำให้ปริมาณน้ำยาแอร์ที่เข้าไปดูดจับความร้อนภาย ในห้องโดยสารได้ในปริมาณน้อย ส่งผลให้ภายในห้องโดยสารยังคงมีอากาศร้อนอยู่ ในการที่น้ำยาแอร์เหลือน้อยนั้น เกิดได้ในหลายกรณี ทั้งที่เกิดจากการใช้งานที่ยาวนาน ไม่ได้เติมน้ำยาแอร์ทำให้น้ำยาแอร์เหลือน้อย หรือเกิดจากการรั่วซึมของน้ำยาแอร์ในระบบ (ในกรณีนี้ แอร์จะไม่เย็นเลยหากน้ำยาแอร์รั่วออกจากระบบแอร์หมดแล้ว)

ในการซ่อมบำรุงระบบแอร์ ในกรณีที่น้ำยาแอร์ไม่เต็มระบบ หรือเหลือน้อยนั้น ทำได้โดยการไปร้านซ่อมแอร์รถยนต์ และให้ทางร้านเติมน้ำยาแอร์พร้อมทั้งเช็คว่ามีน้ำมันคอมเพรสเซอร์อยู่หรือ เปล่า ถ้าไม่มีก็ให้ช่างเติมให้ด้วย และให้ช่างเช็คการรั่วซึมให้ด้วย ค่าใช้จ่ายในการเติมน้ำยาแอร์นั้นอยู่ที่ 500-700 บาทครับ เพียงเท่านี้แอร์ก็กลับมาเย็นเหมือนเดิมแล้วครับท่าน

2. ปัญหาแอร์รถยนต์ – ตู้แอร์รั่ว เกิดรอยรั่วตามรอยต่อจุดต่างๆ สายท่อแอร์มีรอยแตก

ปัญหาแอร์รถยนต์ที่ทำให้ระบบ แอร์ในรถยนต์ไม่เย็นที่เกิดจากตู้แอร์รั่ว รอยรั่วตามจุดเชื่อมต่อต่างๆ หรือเกิดจากการรั่วซึมในระบบแอร์ทั้งหมด จากการรั่วซึมในจุดต่างๆในระบบแอร์ จะทำให้ค่าแรงด้นของน้ำยาแอร์ตก ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้แอร์ไม่เย็นได้ เช่นกัน ในเรื่องของปัญหาเหล่านี้ เป็นปัญหาที่ท่านผู้ขับขี่รถยนต์สามารถทำการตรวจสอบได้ง่าย โดยใช้น้ำสบู่หรือผสมแชมพู ตีให้เป็นฟองแล้วนำไปทาตามรอยต่อต่างๆ ของระบบแอร์ ถ้ามีแรงดันให้ฟองสบู่ลอยตัวขึ้นมานั้น แสดงว่ามีรอยรั่วซึมตามรอยต่อนั้น เมื่อตรวจพบให้ทำการขันให้แน่นแล้วทำการตรวจเช็คอีกรอบ ด้วยการตรวจเช็คในแบบง่ายๆ ก็ทำให้รถยนต์ของท่านมีแอร์เย็นสบายแล้วครับ

สำหรับการแตกรั่วซึมที่ท่อแอร์นั้น ต้องทำการเปลี่ยนให้ทั้งเส้น ซึ่งต้องไปที่ร้านซ่อมแอร์โดยเฉพาะ ในกรณีตู้คอยล์เย็นหรือแผงคอยล์รั่วซึมนั้น ควรที่จะเปลี่ยนใหม่ครับ ราคาไม่สามารถระบุได้ขึ้นอยู่กับรุ่นของรถยนต์แต่ละรุ่น ถ้าเกิดมีการรั่วซึมของน้ำยาแอร์ในห้องโดยสาร ต้องทำการซ่อมบำรุงในทันที เพราะเป็นอันตรายต่อผู้ขับขี่เอง

3. ปัญหาแอร์รถยนต์ – ระบบระบายความร้อนบนแผงคอยล์ร้อน (Condenser) มีระบบระบายความร้อนไม่เพียงพอ (แอร์ไม่เย็น เย็นเฉพาะตอนรถวิ่งหรือตอนกลางคืน) ปัญหาแอร์รถยนต์ – ในกรณีที่ระบบระบายความร้อนของแผงคอยล์ร้อนระบายความร้อนไม่เพียงพอ เป็นอาการที่เกิดจากพัดลมระบายความร้อนหน้าแผงคอยล์ร้อน ไม่มีการทำงานหรือมีการทำงานน้อย ทำให้ระบบระบายความร้อนของน้ำยาแอร์ที่ออกมาจากคอมเพรสเซอร์ ไม่มีการระบายความร้อนออกจากน้ำยาแอร์ หรือมีการระบายความร้อนออกน้อย ทำให้น้ำยาที่ส่งเข้าคอยล์เย็นมีอุณหภูมิสูง ทำให้แอร์ไม่เย็นได้ ครับ

ในกรณีนี้ แอร์จะเย็นตลอดเมื่อรถยนต์มีการขับเคลื่อนรถยนต์ เพราะมีลมพัดเข้ามาด้านหน้าแผงคอยล์ร้อน ช่วยระบายความร้อนของแผงคอยล์ร้อนได้ครับ แต่เมื่อในกรณีที่รถติดนานๆ ทำให้ไม่มีลมผ่านด้านหน้าแผงคอยล์ ทำให้แผงคอยล์ร้อนไม่สามารถระบายความร้อนได้เพียงพอ ทำให้แอร์ภายในรถยนต์ไม่เย็นได้ครับ

ในการตรวจเช็คระบบระบายความร้อนแผงคอยล์ร้อนไม่ยุ่งยาก ครับ เพียงท่านเปิดฝากระโปรงด้านหน้า ติดเครื่องยนต์ พร้อมเปิดแอร์ เมื่อมีการทำงานของคอมเพรสเซอร์ พัดลมหน้าแผงคอยล์ร้อนจะทำงานพร้อมกัน ถ้าพัดลมหน้าแผงคอยล์ร้อนไม่ทำงาน หรือหมุนช้ามีเสียงดัง นั่นแสดงว่าพัดลมด้านหน้าแผงคอยล์ร้อนเสีย หรือเสื่อมสภาพแล้วครับ ต้องการเปลี่ยนใหม่ครับ

ปัญหาแอร์รถยนต์ แอร์ไม่เย็น แอร์ไม่มีความเย็น
ปัญหาแอร์รถยนต์ แอร์ไม่เย็น แอร์ไม่มีความเย็น ปัญหาแอร์รถยนต์ แอร์ไม่เย็น แอร์ไม่มีความเย็น ปัญหาแอร์รถยนต์ แอร์ไม่เย็น แอร์ไม่มีความเย็น
การ แก้ปัญหาแอร์รถยนต์ – โดยปกติเราทำการตรวจสอบหารอยรั่วตามข้อต่อต่างๆ โดยใช้การตรวจสอบด้วยแก๊ส หรือฟองสบู่ เพื่อหาการรั่วซึมของน้ำยาแอร์ ถ้ายังไม่พบเราจะต้องถอดอุปกรณ์ทุกชิ้น มาประกอบข้างนอก และทำการหารอยรั่วอย่างละเอียด วิธีนี้ต้องใช้ความชำนาญและใช้เวลาในการหา แต่จะเป็นการแก้ปัญหาที่เกิดจากการรั่วซึมของน้ำยาแอร์ได้ 100% ลูกค้าของเราจะไม่ต้องเข้าร้านแอร์อีกเป็นครั้งที่สอง
ปัญหาแอร์รถยนต์ แอร์ไม่เย็น แอร์ไม่มีความเย็น ปัญหาแอร์รถยนต์ แอร์ไม่เย็น แอร์ไม่มีความเย็น ปัญหาแอร์รถยนต์ แอร์ไม่เย็น แอร์ไม่มีความเย็น
ปัญหา แอร์รถยนต์ – แผงคอยล์ร้อนมีรูปร่างคล้ายหม้อน้ำ ติดตั้งอยู่ติดกับหม้อน้ำ และจะมีพัดลมระบายความร้อนติดอยู่ ซึ่งจะมีพัดลม 1 หรือ 2 ตัว ขึ้นอยู่กับชนิดของรถยนต์ โดยปกติหลังจากการแก้ไขปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับระบบแอร์ เราจะทำการทำความสะอาดคอนเดนเซอร์ เพื่อให้การระบายความร้อนของน้ำยาแอร์ดีขึ้น ซึ่งจะทำให้ระบบแอร์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4. ลูกสูบภายในคอมเพรสเซอร์หลวมไม่มีกำลังอัด - แอร์ไม่เย็น เย็นบ้างไม่เย็นบ้างในกรณีที่ลูกสูบคอมเพรสเซอร์หลวม ทำให้ระดับแรงดันของน้ำยาแอร์ที่ออกมาจากคอมเพรสเซอร์มีน้อย ทำให้แรงดังของน้ำยาแอร์ฉีดเข้าคอยล์เย็นมีปริมาณน้อย ไม่เพียงพอที่จะดูดซับความร้อนภายในห้องโดยสารได้ ทำให้ระบบแอร์ไม่เย็นได้

ในกรณีนี้ สามารถสังเกตได้จากเมื่อติดเครื่องยนต์เปิดแอร์ แอร์ไม่เย็นหรือ เย็นไม่มากนัก (พัดลมระบายความร้อน แผงคอยล์ร้อนทำงานปกติ แผงคอยล์ร้อนทำงานปกติ ระบบท่อน้ำยาแอร์ไม่รั่ว) แต่เมื่อเร่งเครื่องยนต์แล้วแอร์เย็น นั่นแสดงว่าลูกสูบคอมเพรสเซอร์หลวมแล้วครับ ทางแก้ไขปัญหาคือ ซ่อมคอมเพรสเซอร์ โดยเปลี่ยนลูกสูบใหม่ (ไม่นิยมซ่อมเพราะราคาซ่อมพอๆกับการเปลี่ยนคอมเพรสเซอร์ลูกใหม่) หรือเปลี่ยนคอมเพรสเซอร์ลูกใหม่

5. ชุดวาล์ว และดรายเออร์อุดตัน หรือเสื่อมคุณภาพ – แอร์ไม่เย็น เย็นบ้างไม่เย็นบ้างในกรณีที่วาล์ว และดรายเออร์อุดตันทำให้แรงดันน้ำยาแอร์ที่ออกจากคอมเพรสเซอร์ไหลผ่านเข้า คอยล์เย็นไม่สะดวก ทำให้น้ำยาแอร์ที่ฉีดไม่เพียงพอที่จะดูดซับความเย็นภายในห้องโดยสารได้ ทำให้ระบบแอร์ภายในห้องโดยสารเย็นเป็นช่วงๆ หรือไม่เย็นได้ครับ ตรวจเช็คได้โดยการติดเครื่องยนต์เปิดแอร์ (ต้องไม่ีมีการรั่วของระบบแอร์ คอมเพรสเซอร์สมบูรณ์ พัดลมระบายอากาศทำงานปกติ) แอร์มีระดับความเย็นไม่มากและมีเสียงดังอยู่ใกล้ตู้แอร์ หรือแอร์ไม่เย็นเลย แต่เมื่อเร่งเครื่องยนต์แล้วแอร์มีความเย็นนั่นแสดงว่า ชุดวาล์วและดรายเออร์เกิดการอุดตันแล้ว

การแก้ไขปัญหา โดยถอดเปลี่ยนชุดวาล์วและดรายเออร์ใหม่ (ชุดวาล์วและดรายเออร์ควรที่จะเปลี่ยนพร้อมกัน เพราะดรายเออร์จะทำหน้าที่กรองสิ่งสกปรกจากน้ำยาแอร์ เมื่อวาล์วแอร์อุดตันนั่นแสดงว่าดรายเออร์ชำรุดแล้วครับ)

6. คลัตช์คอมเพรสเซอร์จับไม่สนิท (คลัตช์ลื่น) – แอร์ไม่เย็น เย็นบ้างไม่เย็นบ้าง ปัญหาของคลัตช์คอมเพรสเซอร์จับไม่สนิท (คลัตช์ลื่น) นั่นเกิดจากกระแสไฟที่ส่งเข้ามายังคลัตช์แม่เหล็กมีปริมาณน้อย ไม่เพียงพอที่จะทำให้คลัตช์คอมเพรสเซอร์ติดเข้ากับมูลเลย์ได้ หรือสามารถติดได้แต่ไม่แน่น เกิดการฟรีในบางจังหวะ เมื่อคลัตช์คอมเพรสเซอร์มีการจับมูเลย์บ้างไม่จับบ้าง ก็เป็นสาเหตุให้คอมเพรสเซอร์ทำงานบ้าง ไม่ทำงานบ้าง จึงทำให้แอร์เย็นเป็นช่วงๆ หรือไม่เย็นเลย

ในการแก้ไขปัญหาสามารถดูได้ 3 จุด

1.ระบบสายไฟที่ส่งมายังคลัตช์คอมเพรสเซอร์มีการขาดหรือ เปล่า มีกระแสไฟฟ้าเข้ามาหรือเปล่า มีปริมาณกระแสไฟฟ้าเข้าเพียงพอหรือเปล่า

2. ชุดสวิตช์ระดับเซ็นเซอร์ควบคุมความเย็น (Themostat) มีการเสื่อมสภาพหรือเปล่า

3. ทำการปรับแต่งหน้าคลัตช์ให้เรียบเสมอ และตั้งระยะคลัตช์ใหม่ ราคา 2,000-3,000 บาท เพราะต้องถอดคอมเพรสเซอร์มาทำการซ่อมบำรุงข้างนอกรถยนต์ ทำให้ต้องเติมน้ำยาแอร์ใหม่และทำแวคคัมด้วย

ปัญหาแอร์รถยนต์ แอร์ไม่เย็น แอร์ไม่มีความเย็น แอร์ไม่เย็น  แอร์เสีย ปัญหาแอร์รถยนต์ แอร์ไม่เย็น แอร์ไม่มีความเย็น แอร์ไม่เย็น  แอร์เสีย ปัญหาแอร์รถยนต์ แอร์ไม่เย็น แอร์ไม่มีความเย็น แอร์ไม่เย็น  แอร์เสีย
แอร์ ไม่เย็น – คอมเพรสเซอร์เป็นหัวใจสำคัญในการทำความเย็น มีหน้าที่สูบฉีดน้ำยาแอร์ให้ไหลเวียนอยู่ในระบบ ลูกค้าของเราสามารถเลือกที่จะให้คอมเพรสเซอร์ใหม่ของแท้ 100% หรือ คอมเพรสเซอร์มือสองซึ่งผ่านการตรวจสอบ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันคอมเพรสเซอร์แล้ว โดยปกติท่านอาจจะไม่สามารถ แยกความแตกต่างระหว่างคอมเพรสเซอร์ใหม่ หรือคอมเพรสเซอร์ที่ผ่านการซ่อมมาแล้วที่เรียกว่า คอมบิวท หรือคอมรีบิวท ซึ่งจะดูเหมือนคอมเพรสเซอร์ใหม่ ดังนั้นท่านควรจะเลือกซ่อมแอร์รถยนต์กับร้านที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้แน่ใจว่าท่านได้อะไหล่ที่ดีและมีคุณภาพ
ปัญหาแอร์รถยนต์ แอร์ไม่เย็น แอร์ไม่มีความเย็น แอร์ไม่เย็น แอร์เสีย ปัญหาแอร์รถยนต์ แอร์ไม่เย็น แอร์ไม่มีความเย็น แอร์ไม่เย็น แอร์เสีย ปัญหาแอร์รถยนต์ แอร์ไม่เย็น แอร์ไม่มีความเย็น แอร์ไม่เย็น แอร์เสีย
แอร์ ไม่เย็น – ชุดวาล์วและดรายเออร์ (Valve and Drier) วาล์วมีหน้าที่ฉีดน้ำยาแอร์เข้าไปที่ตู้แอร์ หรือคอยล์เย็น ส่วนดรายเออร์เป็นตัวกรองสิ่งสกปรกในน้ำยาแอร์ และดูดความชื้นออกจากน้ำยาแอร์ อุปกรณ์สองตัวนี้จะเสื่อมสภาพตามการใช้งาน และอาจจะเกิดการอุดตันได้ โดยเฉพาะเมื่อมีปัญหาที่คอมเพรสเซอร์ หรือมีการเปิดระบบเพื่อทำการซ่อม สารตัวดูดความชื้นในดรายเออร์อาจจะเสื่อมสภาพ ดังนั้นดรายเออร์แนะนำให้เปลี่ยนทุกครั้งที่มีการซ่อมแอร์รถยนต์ วาล์วและดรายเออร์ควรเป็นอุปกรณ์ใหม่ ไม่ควรใช้ของเก่าเพราะจะทำให้เกิดปัญหาอุดตันได้ง่าย
ปัญหาแอร์รถยนต์ แอร์ไม่เย็น แอร์ไม่มีความเย็น แอร์ไม่เย็น แอร์เสีย ปัญหาแอร์รถยนต์ แอร์ไม่เย็น แอร์ไม่มีความเย็น แอร์ไม่เย็น แอร์เสีย ปัญหาแอร์รถยนต์ แอร์ไม่เย็น แอร์ไม่มีความเย็น แอร์ไม่เย็น แอร์เสีย
แอร์ ไม่เย็น – โดยปกติเราจะทำการตรวจเช็คการทำงานของระบบแอร์ โดยเฉพาะคอมเพรสเซอร์ว่าทำงานเปิดปิด สอดคล้องกับอุึณหภูมิที่กำหนดหรือไม่ เราจะไล่กลับไปตั้งแต่คอมเพรสเซอร์ คลัตช์ สายไฟเข้าคอมเพรสเซอร์ ลีเลย์ที่เกี่ยวข้อง สวิทซ์เทอร์โมสตาดหรือตัวควบคุมอุณหภูมิ เพื่อแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด

7. สายพานคอมเพรสเซอร์หย่อนมากเกินไป

การที่สายพานคอมเพรสเซอร์แอร์หย่อนมากเกินไป ทำให้ในเวลาที่คอมเพรสเซอร์ทำงาน สายพานที่รับกำัลังจากเครื่องยนต์ เพื่อฉุดให้คอมเพรสเซอร์หมุนนั้นเกิดการฟรี ไม่สามารถที่จะฉุดให้คอมเพรสเซอร์หมุนได้ สามารถสังเกตได้ครับ เมื่อคอมเพรสเซอร์ทำงานจะเกิดเสียงดังและแอร์ภายในรถยนต์จะไม่ค่อยเย็น

การแก้ไขปัญหาคือการปรับระดับสายพานให้ตึงขึ้น ถ้าสายพานมีรอยแตกหรือฉีกขาดควรเปลี่ยนเส้นใหม่ทันทีครับ

8. การใช้น้ำยาแอร์ที่ผิดประเภท ไม่ถูกต้องตรงกับระบบเครื่อปรับอากาศรถยนต์ที่ติดตั้งการใช้น้ำยาแอร์ที่ผิดประเภท หรือใช้น้ำยาแอร์ปลอมปนนั้น จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบแอร์รถยนต์ ซึ่งจะส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทำความเย็นลดลงได้ โดยทั่วไปแล้วหากมีการปลอมปนของน้ำยาแอร์ ในระดับ 2-3% โดยน้ำหนักแล้ว จะไม่ก่อให้เกิดผลเสียหายต่อระบบแอร์รถยนต์มากนัก แต่ถ้าหากมีการปลอมปนของน้ำยาแอร์ที่มากกว่า 5% โดยน้ำหนักแล้ว จะก่อให้เกิดผลเสียหายต่อระบบแอร์รถยนต์แตกต่างกันไป ขึ้นกับลักษณะของการปลอมปน โดยหลักๆได้แก่

  • ทำให้ความดันในระบบแอร์รถยนต์เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้อุปกรณ์ในระบบแอร์รถยนต์ ไม่สามารถทนแรงดันซึ่งสูงกว่าที่บริษัทผู้ผลิตออกแบบไว้ เกิดความเสียหายหรือระเบิดขึ้น
  • เมื่อความดันในระบบแอร์รถยนต์เพิ่มมากขึ้น จะส่งผลให้คลัตช์ของคอมเพรสเซอร์มีความร้อนสูงและเสียหายได้
  • ทำให้การทำงานของคอยล์เย็น และเอ็กซ์แพนชั่นวาล์วผิดปกติ ส่งผลให้แอร์ในรถไม่เย็นความเสียหายต่างๆ ที่กล่าวมานี้จะไม่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน แต่อปกรณ์ต่างๆ จะค่อยๆเสียหายและหมดอายุการใช้งานก่อนกำหนด เมื่อผ่านไประยะเวลาหนึ่ง
สำหรับวิธีการในการตรวจเช็คว่าในระบบแอร์ รถยนต์มีการปลอมปนของน้ำยาแอร์มากน้อยเพียงใดนั้น ต้องอาศัยเครื่องมือที่เรียกว่าเครื่องตรวจสอบประเภทสารทำความเย็น จึงระบุได้ว่าน้ำยาแอร์ที่ตรวจสอบนั้นมีสารชนิดใดอยู่บ้าง ซึ่งขณะนี้กรมโรงงานอุตสาหกรรมกำลังอยู่ในระหว่างการจัดทำความเป็นไปได้ ในการจัดตั้งศูนย์ตรวจสอบประเภทน้ำยาแอร์ เพื่อให้บริการแก่ผู้ขับขี่รถยนต์ และร้านซ่อมแอร์รถยนต์

การแก้ไขปัญหา คือ

นำรถยนต์ของท่านไปตรวจสอบกับร้านที่ให้บริการซ่อมแอร์ รถยนต์ี่ที่มีความรู้ ความชำนาญเพื่อตรวจดูว่ามีอุปกรณ์ใดเสียหาย และต้องเปลี่ยนหรือไม่ หรือเข้ารับบริการกับร้านที่เข้าร่วมโครงการลดและเลิกใช้น้ำยาแอร์ R-12 ที่มีอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งเป็นร้านที่มีเครื่องมือในการซ่อมบำรุงที่ได้มาตรฐาน มีช่างซ่อมที่ผ่านการฝึกอบรมเรื่องการซ่อมบำรุง ระบบแอร์รถยนต์มาเรียบร้อยแล้ว

หากพบว่ารถยนต์ของท่านมีสารปลอมปนที่มีส่วนผสมของสารไว ไฟในระดับที่มาก ควรรีบเปลี่ยนน้ำยาแอร์ทันที เพราะอาจเกิดอันตรายต่อผู้ขับขี่ได้ หากมีการรั่วซึมของน้ำยาแอร์ในห้องโดยสาร และมีปัจจัยที่ทำให้เกิดประกายไฟขึ้น

และเพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาแอร์ไม่เย็นเกิดขึ้น ท่านผู้ขับขี่รถยนต์จึงควรหมั่นตรวจเช็คระบบแอร์ของรถยนต์ท่านอยู่สม่ำเสมอ และในทุก 6 เดือน ควรนำรถเข้าตรวจระบบแอร์ทั้งระบบเพื่อให้รถยนต์ของท่านมีระบบเครื่องปรับ อากาศที่เย็นสบายตลอดไป

คำถามเรื่องแอร์รถยนต์ - เทคนิคการซ่อมแอร์รถยนต์ - หนังสือแอร์รถยนต์  - ข้อมูลเกี่ยวกับแอร์รถยนต์ คำถามเรื่องแอร์รถยนต์ - เทคนิคการซ่อมแอร์รถยนต์ - หนังสือแอร์รถยนต์  - ข้อมูลเกี่ยวกับแอร์รถยนต์ คำถามเรื่องแอร์รถยนต์ - เทคนิคการซ่อมแอร์รถยนต์ - หนังสือแอร์รถยนต์  - ข้อมูลเกี่ยวกับแอร์รถยนต์
เราใช้ สายพานยี่ห้อที่น่าเชื่อถือ ซึ่งจะทนต่อแรงบิดสูง และมีอายุการใช้งานที่นานกว่า ในกรณีที่ท่านจะต้องเดินทางไกล ไปต่างจังหวัด การตรวจเช็คสายพานก็จะช่วยหลีกเลี่ยงปัญหาจุกจิก เช่น สายพานขาด เสียงการเสียดสีจากสายพาน

Related posts:

Related Posts น่าจะสนใจเรื่องพวกนี้ด้วยนะ คลิกเลย !++

3 Comments

  • sophon พูดว่า:

    วิธีตรวจสอบว่าคอมเพรชเชอร์เสียต้องทำอย่างไร ตรวจสอบจากจุดไหน

  • แอร์บ้าน พูดว่า:

    ขอบคุณครับ ได้ความรู้มากมายเลย

  • porn พูดว่า:

    คอม 508 เปลี่ยนซีนไปแล้ว2 ปี แต่คาดว่าน่าจะมีการซึมๆอีก เพราะสังเกตุที่ข้างแบตมีคราบน้ำมันติดอยู่ พอไปเช็ค ปรากฎว่าตู้แอร์รั่วด้วย แต่เนื่องจากยังไม่อยากเปลี่ยนคอม เพราะแพงอีกอย่างก็ใช้มาได้ตั้ง 2 ปีกว่าแล้ว จึงเปลี่ยนแต่ตู้แอร์ วาล์ ไดเออร์ ใช้ไปได้ 2 วัน ไม่เย็นอีกแล้ว ไปเช็คใหม่ เป็นที่หัวสายแอร์ที่เข้าตู้ มันบี้ๆ ช่างก็เลยเปลี่ยน สายให้ใหม่ 1 เส้น แล้ว ทำหัวสายแป๊บ ตรงไดร์เออร์ ให้ อีก 2 หัว คราวนี้ วันเไม่เย็นอีกแล้ว ก็เลยมาเช็คใหม่ ถอดทั้งคัน สงสัยว่าตู้น่าจะรั่ง ทั้งที่เพิ่งเปลี่ยนไป เพราะทางร้านเอาตู้เก่าเก็บมาเปลี่ยนให้เลยไม่แน่ใจ แต่ก่อนใส่ก็เช็คแล้วไม่รั่ว วันนี้มาเช็คตู้อีกก็ไม่รั่ง เอาคอมไปแช่น้ำดูก็ไม่ออก หรือเป็นเพราะแรงอัดแรงหมุน มือคน กะเวลารถวิ่งต่างกันมา จึงไม่ออก ช่าง บอกว่ายังไงก็ต้องเปลี่ยนคอม เป็นที่คอมแน่ๆ
    ช่างก็ปวดหัว เข้าของรถก็ปวดหัว ใครเคยเจอแบบนี้บ้างค่ะ
    **** ช่างว่าคอมสิงคโปร์ มีแต่น้ำยาใหม่ เราต้องเปลี่ยนระบบเป็นน้ำยาใหม่ ต้องเปลี่ยนอะไรมั่งคะ นอกจากคอม เพราะช่างว่า ไม่ต้องเปลี่ยน แค่ล้างระบบภายใน ตามสาย แผง ตู้ ก็พอ เปลี่ยนคอม วาล์ว ไดร์เออ ก็ต้องเปลี่ยนใหม่หรือเปล่า เพราะเพิ่งจะเปลียนไปเอง คือ ไม่ค่อยมีตังน่ะค่ะ *****
    รบกวนผู้รู้ช่วยตอบด้วยนะคะ

ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

Powered by WordPress Lab